• 0

ถ้ำหลวง ณ ดอยนางนอน

ถ้ำหลวง ณ ดอยนางนอน

หากจะพูดถึงถ้ำหลวง ที่ดอยนางนอนในจ.เชียงราย หลายท่านอาจคิดโยงไปถึงเรื่องอาถรรพ์ ลี้ลับ ไสยศาสตร์ซะเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากมีตำนานเรื่องเล่าต่างๆนาๆมากมายเกี่ยวกับถ้ำหลวงแห่งนี้ ซึ่งมีอยู่ 3 ตำนานหลักดังนี้

ตำนานที่หนึ่ง ตำนานของเจ้าหญิงเมืองเชียงรุ้ง

ตามตำนานได้กล่าวไว้ว่า มีเจ้าหญิง เมืองเชียงรุ้ง องค์หนึ่งที่ทรงมีพระสิริโฉมงดงามยิ่ง ได้หลงรักชายเลี้ยงม้าคนหนึ่ง และความสัมพันธ์ก็พัฒนาไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเจ้าหญิงทรงพระครรภ์แก่ ทั้งคู่จึงได้ตัดสินใจหนีตายกันไปกับชายเลี้ยงม้าจนมาถึงแคว้นไชยนารายณ์ ทั้งสองรู้สึกอ่อนล้าจากการเดินทางเป็นอย่างมากจึงหยุดพัก โดยที่ชายเลี้ยงจะออกไปหาอาหารและสัญญากับเจ้าหญิงว่าจะรีบกลับมาหา แต่จนแล้วจนรอดชายเลี้ยงม้าก็ไม่ได้กลับมา เนื่องจากถูกทหารที่พระราชาส่งมาตามเจ้าหญิงฆ่าตาย  เจ้าหญิงจึงตัดสินใจปลิดชีพตนเองโดยการแทงศีรษะด้วยปิ่นปักผมตายตามชายเลี้ยงม้าคนรักไป เมื่อเวลาผ่านไปร่างกายของเจ้าหญิงจึงกลายเป็นดอยนางนอน โดยส่วนพระอุทรก็กลายเป็นดอยตุงในปัจจุบัน และพระโลหิตกลายเป็นแม่น้ำแม่สาย ส่วนจุดที่ตั้งของปากถ้ำหลวงนั้น บางคนเชื่อว่าเป็นส่วนอิตถีเพศของเจ้าหญิง หรือบางคนก็เชื่อว่าเป็นส่วนของสะดือ นอกจากนี้หลายคนเชื่อว่า เจ้าหญิงเป็นบรรพบุรุษของพ่อขุนเม็งรายมหาราชอีกด้วย เนื่องจากทั้งคู่สืบเชื้อสายมาจาก “ปู่เจ้าลาวจก” ต้นราชวงศ์เม็งราย

ตำนานที่สอง

มีเจ้าหญิงนักรบจากเมืองพุกามประเทศองค์หนึ่ง ที่ขยายอาณาจักรเพื่อตามหาชายคนรักมาเรื่อยๆจนถึง “เวียงสี่ทวง”  จึงได้เจอกันเจ้าชายคนรัก แต่แล้วเจ้าชายก็กลับหนีหายไปกับสาวชาวเวียงนางหนึ่ง เจ้าหญิงจึงอธิษฐานขอให้ร่างกายตนเองกลายเป็นเทือกเขาหลังตรอมใจตาย เพราะผิดหวังในความรัก จนกลายเป็นดอยนางนอนในปัจจุบัน ชนเผ่าต่างๆที่อาศัยอยู่บนเขาดังกล่าว ก็เชื่อว่า สืบเช้าสายมาจากทหารผู้ติดตามขององค์หญิง

ตำนานที่สาม

เป็นตำนานของลูกสาวพญานาคที่ถูกพญาครุฑลักพาตัวไป แล้วนำมาซุกซ่อนไว้ในถ้ำแห่งนี้ จนพญานาคผู้พ่อตามมาเจอลูกสาวนอนอยู่ในถ้ำ เป็นที่มาของชื่อ “ขุนน้ำนางนอน” พญานาคจึงขอลูกสาวคืนจากพญาครุฑ โดยมีข้อแลกเปลี่ยนจากพญาครุฑว่า พญานาคต้องนำทองคำมาเป็นค่าไถ่ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “ถ้ำทรายทอง” นั่นเอง    สำหรับชาวบ้านหลายคนที่ขึ้นไปบนดอยนางนอน มักจะเชื่อว่า ถ้ำหลวง เป็นทางเชื่อมที่เชื่อมต่อโลกมนุษย์กันเมืองลับแล และมักพูดในทำนองเดียวกันว่า เคยเห็นคนใส่ชุดขาวเดินอยู่ในป่าบ้าง บางคนที่หลงเข้าไปในถ้ำหลวง แล้วออกมาได้ ก็เล่าว่าได้ไปเจอเมืองลับแลมา ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับผู้มีศีลธรรมเท่านั้นถึงจะผ่านเข้าไปได้   ในขณะที่ระยะทางเดินในถ้ำหลวงนั้นก็มีความยาวเป็นพิเศษจนติดอันดับ top 10 ถ้ำที่ยาวที่สุดในประเทศไทยเลยทีเดียว สำหรับใครที่อยากรู้ว่า ถ้ำที่ยาวที่สุดในประเทศ 10 อันดับมีถ้ำไหนบ้างก็ตามอ่านได้ที่ “ถ้ำที่ยาวที่สุด 10 อันดับแรกของประเทศไทย” ได้เลย โดยระยะทางที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปได้มีความยาวประมาณ 750 ม. ตามแผนที่ด้านล่าง

Cr.https://www.thaiquote.org/content/33739

          อย่างไรก็ตามถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอนก็เป็นถ้ำที่มีความยาวรวมทั้งสิ้นถึง 10,316 ม. ซึ่งถือเป็นถ้ำที่ยาวที่สุดเป็นอันดับที่ 4 ของประเทศไทย ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ข่าวสด อีกทั้งยังเป็นถ้ำที่มีทางออกเพียงทางเดียวอีกด้วย และจากคำบอกเล่าของคนที่เคยเข้าไปในถ้ำหลวงนี้ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันวา “เป็นถ้ำที่มืด และลึกมากๆ” และลักษณะทางกายภาพภายในถ้ำนั้นเป็นดินที่ชื้นแฉะแทบจะตลอดทั้งปี เพราะมีสายน้ำไหลผ่านเข้ามาจากปากถ้ำเสมอๆ และจะมีน้ำป่าไหลหลากในเดือนกรกฎาคม-เดือนพฤศจิกายนในทุกปี ทางเจ้าหน้าที่ราชการในเขตพื้นที่จึงประกาศเป็นเขตห้ามท่องเที่ยวในช่วงระยะเวลาดังกล่าว ส่วนระยะเวลาเหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยวจะอยู่ในช่วงหลังเดือนพฤศจิกายน-เดือนเมษายน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: MThai.com

          นอกจากนี้ผนังและเพดานถ้ำจะมีลักษณะเป็นหินงอกหินย้อยที่สวยงาม เนื่องจากการเปลี่ยนรูปของหินปูนจากน้ำที่ซึมลงมา ซึ่งใช้ระยะเวลาเป็นหมื่นเป็นแสนปีทีเดียว และภายในถ้ำหลวงเองยังมีถ้ำย่อยอยู่ในนั้นอีก 3 ถ้ำ ซึ่งประกอบไปด้วย

ถ้ำพระ

เป็นถ้ำขนาดเล็ก ชาวบ้านได้สร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ไว้ ภายในถ้ำ มีหินงอก-หินย้อย ที่งดงามแปลกตา อากาศบริเวณปากถ้ำเย็นสบายตลอดทั้งปี

ถ้ำมัลติกาเทวี หรือ ถ้ำพญานาค

เป็นถ้ำขนาดเล็ก อยู่ใต้หน้าผาบนภูเขา ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ปฏิบัติธรรมของพระอริยบุคคล และได้มรณภาพในถ้ำนี้ ที่ปากถ้ำมีหินงอกขนาดใหญ่คล้ายงูแผ่แม่เบี้ย สูงประมาณ 2.5 เมตร

ถ้ำเลียงผา

เป็นถ้ำเกิดจากการยุบตัวของแผ่นดิน ทำให้มีลักษณะเป็นเวิ้งมีหุบเหวล้อมรอบ บริเวณถ้ำยังพบฟอสซิลหอยฝาเดียวและหอยสองฝาโบราณอายุหลายร้อยล้านปี

นอกจากนี้หากคุณเดินทางเข้าไปในถ้ำหลวงคุณจะพบว่า เส้นทางการเดินในถ้ำนั้นค่อนข้างคดเคี้ยวและสลับซับซ้อน มีทั้งขึ้นทั้งลง ในบางครั้งต้องปีนข้ามโขดหิน บางครั้งก็ต้องมุดคลานลงไปใต้ผนังถ้ำ ซึ่งอาจทำให้คุณเหนื่อยก่อนที่จะไปถึงสุดเส้นทางเข้าชมด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามหากคุณอึดพอที่จะเดินไปถึงช่วง 2 กม.จากปากถ้ำ คุณก็จะพบทางแยกซ้าย-ขวา โดยทางซ้ายจะเป็นเส้นทางเดินถ้ำหลักที่จะนำคุณไปสู่จุดสิ้นสุดถ้ำหากคุณมีแรงเดินต่ออีก 5 กม. ส่วนเส้นทางฝั่งขวาเป็นเส้นทางที่ไม่ค่อยมีคนไปสำรวจ แต่จากข้อมูลของนักสำรวจ ดร.เวิร์น อันสเวิร์ธ ได้บ่งบอกว่า เส้นทางขวาของถ้ำมีทางเชื่อมต่อไปถึงดอยผาหมี ซึ่งมีระยะทางยาวถึง 3 กิโลเมตร และเมื่อเดินไปประมาณ 700 เมตร ก็จะพบห้องโถงห้องที่ 1 ที่มีขนาดความสูง 30 เมตร กว้าง 2 เมตร และหากเดินต่ออีกประมาณ 1.25 กิโลเมตร จะมีอีก 1 โถงใหญ่ที่มีขนาดความสูงถึง 50 เมตร อย่างไรก็ตามเส้นทางดังกล่าวค่อนข้างอันตราย เนื่องจากเป็นเส้นทางมีการลักลอบขนยาเสพติดบ่อยๆ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: ไทยรัฐทีวี https://www.thairath.co.th/content/1324778

          สุดท้ายนี้การติดถ้ำหลวงของสมาชิกทีมหมูป่าอะเคเดมี่ในครั้งนี้ย่อมเป็ยอุทาหรณ์ที่เตือนใจให้แก่นักท่องเที่ยวหลายๆท่านว่า ควรทำตามข้อปฏิบัติข้อแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และไม่ควรทำอะไรเสี่ยงๆที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ด้วยเหตุนี้ทางเรามีคำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางไปเยี่ยมชมความสวยงามที่ถ้ำหลวง ดอยนางนอนนะครับ โดยจะขอสรุปเป็นหัวข้อสั้นๆไว้ดังนี้

สิ่งที่ควรกระทำ

– สวมสื้อผ้าที่รัดกุม

– สวมรองเท้าหุ้มส้นเพื่อให้เดินได้มั่นคงบนพื้นถ้ำ

– สวมหมวกสำหรับกันหยดน้ำ มูลค้างคาว และป้องกันศรีษะชนกับโขดหิน

สิ่งที่ไม่ควรทำ

– ห้ามใช้คบไฟ เทียนไข หรือตะเกียงที่มีเปลวไฟ เพราะแสงสว่างจากสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดควันหรือเขม่าไฟลอยไปจับตามผนังถ้ำ หรือหินงอก หินย้อย

ช่วงที่เป็นฤดูของการเที่ยวถ้ำ: ปลายเดือนพฤศจิกายน – เดือนเมษายน

ขอบคุณภาพจาก: WWW.PPTVHD36.COM

Post Discussion

Be the first to comment “ถ้ำหลวง ณ ดอยนางนอน”