• 0

30 ประเทศที่คนไทยเที่ยวได้ โดยไม่ต้องขอวีซ่า ตอนที่ 3

30 ประเทศที่คนไทยเที่ยวได้ โดยไม่ต้องขอวีซ่า ตอนที่ 3

ทวีปอเมริกาใต้

21. ประเทศชิลี (Republic of Chile): ท่องเที่ยวได้ 90 วัน

cr. https://pixabay.com/th/ชิลี-patagonia-ธารน้ำแข็ง-น้ำแข็ง-1463830/

ชิลี เป็นประเทศในทวีปอเมริกาใต้ที่มีเทือกเขาแอนดีสที่ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิกในฝั่งตะวันตก มีอาณาเขตติดกับประเทศอาร์เจนตินาในฝั่งทิศตะวันออก ถึงแม้ว่าชิลีจะเป็นประเทศที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่อะไรมากมาย แต่เรื่องความยาวของประเทศนี่กินขาดประเทศอื่นๆในโลกเลยทีเดียว เพราะเป็นเจ้าของสถิติประเทศที่ยาวที่สุดในโลกด้วยความยาวกว่า 4,300 กิโลเมตร แต่กว้างเพียง 180 กิโลเมตรเท่านั้น ประเทศชิลีนั้นมีจุดเด่นที่ความหลากหลายของภูมิประเทศ ที่มีตั้งแต่ธารน้ำแข็ง และฟยอร์ด ไปจนถึงทะเลทรายอาตากามาที่จัดได้ว่า เป็นทะเลทรายที่แห้งแล้งที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมีภูเขาไฟรายล้อมประเทศอีกหลายแห่ง สมกับเป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟ หรือ “ring of fire” ซึ่งเป็นเขตรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก ที่จะส่งผลให้เกิดแผ่นดินไหวอยู่บ่อยครั้ง แต่ที่นี่ก็ยังคงดึงดูดนักท่องเที่ยวอยู่ไม่ขาดสาย เพราะความแตกต่างของภูมิประเทศแบบสุดขั้วที่ด้านหน้าเป็นทะเลสาบและด้านหลังเป็นภูเขาไฟ ทำให้ภูมิประเทศนี้มีทั้งความสวยงามและความแปลกตา

22. ประเทศเซเชลส์ (Seychelles): ท่องเที่ยวได้ 30 วัน

cr. https://www.pexels.com/search/seychelles/

เซเชลส์ รู้จักกันในนาม Paradise on Earth หรือ สวรรค์บนดินของนักท่องเที่ยวที่อยู่ห่างจากชายฝั่งแอฟริกาทางตะวันออก 1,600 กิโลเมตร และตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมาดากัสการ์  หมู่เกาะเซเชลส์เป็นประเทศหมู่เกาะในทวีปแอฟริกา ที่มีเกาะน้อยใหญ่เรียงรายกว่า 115 เกาะ  ประชากรส่วนใหญ่ที่นี่จะใช้ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสได้คล่อง เนื่องจากเคยถูกปกครองจากสองประเทศนี้มาก่อน อากาศจะอบอุ่นตลอดทั้งปี ช่วงไฮซีซั่นอยู่ในเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมของทุกปี นักท่องเที่ยวส่วนมากจะมาจากอเมริกาและยุโรปเป็นส่วนใหญ่ ที่สำคัญเกาะนี้เคยเป็นที่ฮันนีมูนของเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคทอีกด้วย ที่นี่ก็มีหาดสวยๆหลายหาดด้วยกัน แต่ที่แนะนำคือหาด Anse Lazio

23. ประเทศบราซิล (Brazil) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน

cr. https://www.pexel.com/search/brazil/

 

บราซิล เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของโลก และเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดในทวีปอเมริกาใต้อีกด้วย  โดยมีพื้นที่กว้างขวางระหว่างตอนกลางของทวีปอเมริกาใต้และมหาสมุทรแอตแลนติก และมีกรุงบราซีเลีย (Brasília) เป็นเมืองหลวงของประเทศ

บราซิลอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นแร่เหล็ก ทองคำ ถ่านหิน น้ำมัน นิคเกิล ยูเรเนียม ไม้ซุง แร่ดิบ และแร่รัตนชาติ ถือได้ว่าเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว

สถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดคือ Cristo Redentor (The Christ the Redeemer) รูปปั้นพระเยซูในเมืองรีโอเดจาเนโร, สนามกีฬา  Maracana Stadium, สวนพฤกษชาติ Jardim Botanico, ภูเขากลางอ่าว Guanabara Bay

24. ประเทศปานามา (Panamá) : ท่องเที่ยวได้ 180 วัน

cr. https://pixabay.com/th/เมืองปานามา-เมืองทันสมัย-ตึกระฟ้า-2163483/

ปานามา เป็นประเทศที่อยู่ทางใต้สุดของทวีปอเมริกากลาง และเป็นประเทศหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นอย่างมากทีเดียว ปานามาไม่ใช่ประเทศล้าหลังที่เป็นสวรรค์ของนักฟอกเงินอยากที่ใครหลายคนคิดกัน ในทางตรงกันข้ามตอนนี้ประเทศนี้กำลังกลายเป็นศูนย์กลางทางการเงินของละตินอเมริกาที่มีสถาบันการเงินขนาดใหญ่เข้ามาลงทุนอย่างคับคั่ง และยังเป็นเส้นทางการลำเลียงตู้สินค้าที่สำคัญอย่างมากในทวีปอเมริกาอีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดได้แก่ โบสถ์และวิหาร Iglesia del Carmen, น้ำตก El Chorro Macho, พิพิธภัณฑ์ BioMuseo, คลองปานามา, เมืองคาสิโน Panaviera at Ocean Sun Casino.

25. ประเทศเปรู (Perú) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน

cr. https://pixabay.com/th/ชูปิกชู-เปรู-inka-การท่องเที่ยว-43387/

เปรู เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของทวีปอเมริกาใต้ มีเมืองหลวงคือ กรุงลิมา ที่ถือเป็นจุดศูนย์กลางของประเทศ พื้นที่ในประเทศโดยส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง โดยมีเทือกเขาแอนดิสพาดผ่านขนานกับชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีลักษณะภูมิประเทศแบ่งออกได้ถึง 3 แบบ ได้แก่ เขตป่ารกทึบหรือเซลบา (Selva) เป็นที่ราบกว้างขวาง ปกคลุมด้วยพื้นที่ของป่าดิบชื้นอเมซอน เขตที่สูงหรือเซียร์รา (Sierra) เป็นภูมิภาคประเทศบนเทือกเขาแอนดีส ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ราบสูงอัลตีปลาโน และพื้นที่ชายฝั่งหรือโกสตา (Costa) ทางตะวันตกเป็นที่ราบแคบและแห้งแล้ง ยกเว้นบริเวณหุบเขาซึ่งเกิดจากแม่น้ำตามฤดูกาล

 สถานที่ท่องเที่ยวที่ควรไปเที่ยวเมื่อมาถึงเปรู ได้แก่ ซากปรักหักพัง มาจูปิจู (Machu Picchu), จุดชมวิว (Huayna Picchu), เขาเรนโบว์ Cerro Colorado Vinicunca

26. ประเทศอาร์เจนตินา (Argentina) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน

cr. https://pixabay.com/th/ฤดูใบไม้ร่วง-ใบ-เหลือง-คืน/ถนน-2439241/

อาร์เจนติน่า ประเทศขนาดใหญ่ในอเมริกาใต้อีกแห่งนี้ ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกที่โด่งดังสุดตระการตา เทือกเขาแอนดีสอันยิ่งใหญ่ โรงกลั่นไวน์ และเมืองหลวงบัวโนส ไอเรสที่น่าตื่นตาตื่นใจ

อาร์เจนติน่าจึงถือเป็นสวรรค์อีกแห่งหนึ่งสำหรับนักเดินทางที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์สไตล์ละตินอเมริกา ตั้งแต่เมืองหลวงไปจนถึงเมืองอาณานิคมอันเงียบสงบ ประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับสองในทวีปอเมริกาใต้แห่งนี้อุดมไปด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติที่หลากหลาย และด้วยภูมิประเทศที่กว้างใหญ่ไพศาลทำให้ภูมิอากาศในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่หิมะ ธารน้ำแข็ง ภูเขาสูง ทุ่งหญ้าอบอุ่น ไร่องุ่น แคนยอน ทะเลทราย ไปจนถึงป่าดิบชื้น

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่แนะนำว่าไม่ควรพลาดคือ โรงกลั่นเหล้าองุ่น, เทือกเขา Hornocal (เนินเขาเจ็ดสี), น้ำตกอีกวาซู, The BigBen of Argentina, สีสันบ้านเรือนย่าน La Boca, และ El Tren a Las Nubes

27. ประเทศเอกวาดอร์ (Ecuador): ท่องเที่ยวได้ 90 วัน

cr. https://pixabay.com/th/atuntaqui-เอกวาดอร์-อังเดส-3590113/

เอกวาดอร์ เป็นอีกประเทศหนึ่งในทวีปอเมริกาใต้ที่น่าท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง โดยคำว่า Ecuador นั้นเป็นคำที่มาจากภาษาสเปน ที่มีความหมายตรงกับคำว่า Equator ในภาษาอังกฤษ ซึ่งแปลว่า เส้นศูนย์สูตร นั่นเอง

การตั้งชื่อเช่นนี้เป็นเพราะประเทศเอกวาดอร์ตั้งอยู่บริเวณเส้นศูนย์สูตรพาดผ่าน ทำให้ทั้งประเทศได้รับแสงแดดเต็มที่ตลอดทั้งปี แต่สภาพอากาศในแต่ละพื้นที่ก็มีความแตกต่างกันไป ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ พื้นที่ภูเขา พื้นที่ชายฝั่งทะเลแปซิฟิก และพื้นที่ป่าฝน

ประเทศเอกวาดอร์มีชื่อเสียงทางด้านสถานที่ท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก แต่ที่โด่งดังมากที่สุดก็คือ ภูเขาไฟโกโตปักซี (Cotopaxi) ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอนดีส และอยู่ห่างจากเมืองหลวงเพียง 48 กิโลเมตรเท่านั้น ภูเขาไฟโกโตปักซีเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับที่อยู่สูงที่สุดในโลก และในทุกๆปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนภูเขาไฟแห่งนี้เป็นจำนวนมาก เมืองบาโญส (Banos) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวขาลุยที่ชอบการเดินป่า และชมความสวยงามจของน้ำตก แหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าสนใจคือ หมู่เกาะกาลาปาโกส เป็นหมู่เกาะที่เต็มไปด้วยสัตว์มากมายหลายพันธุ์ ซึ่งตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก

ทวีปยุโรป

28. ประเทศรัสเซีย (Russia) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน

cr. 7colourholidays

รัสเซียประเทศน่าท่องเที่ยวแดนหมีขาว ที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมยุโรปและเอเชียไว้ด้วยกันอย่างลงตัว จนมีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

สถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำคือ พิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ(Hermitage Museum) ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก, วิหารเซนต์ไอแซค (Saint Isaac’s Cathedral) โบสถ์เก่าแก่ที่มีหลังคาโดมใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก,มอสโกเครมลิน (Moscow Kremlin) เขตมรดกโลก, วิหารเซนต์บาซิล (St. Basil’s Cathedral), โดมทรงหัวหอม 9 โดมและโบสถ์หลังคาสูงยอดแหลม, จตุรัสแดง (Red Square), สุสานเลนิน (Lenin Mausoleum)

29. ประเทศตุรกี (Turkey) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน

cr. https://pixabay.com/th/ธรรมชาติ-เงาสะท้อน-2310231/

ตุรกี เป็นประเทศที่สวยงามที่ประกอบไปด้วยมรดกโลกและสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกแห่งหนึ่งที่คุณไม่ควรพลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวคอประวัติศาสตร์ เนื่องจากประเทศตุรกีเป็นประเทศที่มีร่องรอยแห่งอารยธรรมโบราณอันยิ่งใหญ่ให้คุณได้ศึกษาและค้นหาความจริงของประวัติศาสตร์โลก อาทิ สงครามเมืองทรอย และม้าไม้อันลือลั่น ประวัติศาสตร์ของเมืองอิสตันบูล นอกจากนี้ชาวตุรกียังมีความเป็นกันเอง และอาหารที่นี่ก็มีความอร่อยถูกปากคนไทยอีกด้วย อีกทั้งราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด

สถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่ห้ามพลาด ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ เมืองคัปปาโดเจีย, นครใต้ดินไคมัคลึ, ปราสาทปุยฝ้าย เมืองปามุกคาเล่, วิหารเซนต์โซเฟีย, วิหารอะโครโปลิส เมืองเพอร์กามุม

30. ประเทศจอร์เจีย (Georgia) : ท่องเที่ยวได้ 365 วัน

cr.https://pixabay.com/th/ภูเขา-ภูเขาของ-georgia-kgm-อับฮาเซีย-2217810/

จอร์เจีย เป็นประเทศขนาดกลางที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซีย ประเทศจอร์เจียอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันงดงาม โดยสิ่งที่โดดเด่นของจอร์เจียคือ พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจะตั้งอยู่บนเทือกเขาคอเคซัส ซึ่งเป็นเทือกเขาที่มีความงามระดับโลก ดังนั้นที่นี่จึงเปรียบเสมือนสวรรค์ของนักปีนเขา และนักท่องเที่ยวที่ชอบเล่นกิจกรรมบนพื้นน้ำแข็งและหิมะดีๆนี่เอง  ทั้งนี้นักท่องเที่ยวเหล่านี้มักจะเดินทางไปประเทศจอร์เจียเพื่อท่องเที่ยวทั้งในหน้าหนาวและในฤดูใบไม้ผลิบาน

จอร์เจีย เป็นที่รู้จักของชาวยุโรปมานานแล้ว แต่เพิ่งเป็นที่รู้จักผ่านหูผ่านตาคนไทยเมื่อไม่นานมานี้เอง หากใครจะเที่ยวที่ประเทศแห่งนี้ขอให้ทราบไว้เลยว่าองุ่นและไวน์นั้นถือเป็นชีวิต เป็นจิตวิญญาณ และเป็นศาสนา ไวน์จะถูกใช้ในพิธีกรรมทุกอย่างในโบสถ์มาตั้งแต่ยุคก่อนศาสนาคริสต์ ลวดลายสัญลักษณ์หน้าโบสถ์หรือสถานที่สำคัญมักเป็นลายเถาองุ่น อีกทั้งประชากรในทุกครัวเรือนในจอร์เจียมักจะปลูกองุ่นที่ซุ้มประตูหน้าบ้านไว้เป็นสัญลักษณ์แห่งความมงคลและความโชคดีอีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ Gergeti Trinity Church โบสถ์เก่าแก่กลางหุบเขาคอเคซัส สร้างด้วยหินแกรนิตขนาดใหญ่มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 บนยอดเขาที่มีความสูงถึง 2,170 เมตร โอบล้อมด้วยภูเขาและธรรมชาติที่สวยงามอย่างไม่มีที่ไหนเหมือน

 

Post Discussion

Be the first to comment “30 ประเทศที่คนไทยเที่ยวได้ โดยไม่ต้องขอวีซ่า ตอนที่ 3”