• 0

30 ประเทศที่คนไทยเที่ยวได้ โดยไม่ต้องขอวีซ่า ตอนที่ 1

30 ประเทศที่คนไทยเที่ยวได้ โดยไม่ต้องขอวีซ่า ตอนที่ 1

ทวีปเอเชีย

1.ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) : ท่องเที่ยวได้ 90 วัน

เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศยอดนิยมที่คนไทยมักจะเดินทางไปท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น เนื่องจากใช้เวลาเดินทางไม่นานเพียงแค่ 5-6 ชั่วโมง

โดยสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตก็คงไม่พ้น เกาะเซจู ลอตเต้เวิล์ด  พระราชวังคยองบกกุง, โซลทาวเวอร์, เกาะนามิ, เมียงดง, หมู่บ้านบุกชอนฮันอก, แดดุนซาน

2. ประเทศกัมพูชา (Cambodia): ท่องเที่ยวได้ 14 วัน

กัมพูชา หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า เขมร หรือ ขะแมร์ ดินแดนแห่งอารยธรรม สถาปัตยกรรม และเทวสถานที่เคยรุ่งเรืองที่สุดในอดีต

ทิศเหนือและทิศตะวันตกของประเทศกัมพูชาติดกับประเทศไทยเรานี่เอง ประชาชนส่วนใหญ่ครึ่งหนึ่งของประเทศมีอายุต่ำกว่า 19 ปี เพราะประเทศกัมพูชาเคยทำสงครามเพื่อล้างเผ่าพันธุ์ให้ประชาชนเหลือน้อยที่สุด ถ้าได้ไปเที่ยวจะเห็นประวัติการเข่นฆ่า เด็ก ผู้ใหญ่ คนแก่ ด้วยวิธีที่โหดเหี้ยม (ฟังแล้วสยองเลย)

แต่อย่างไรก็ตามกัมพูชาก็เป็นประเทศที่มีศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ศาสนา และสถาปัตยกรรมต่างๆที่สวยงามใกล้เคียงกับประเทศไทย และที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ นครวัด 1 ใน7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

นอกจากนั้นยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น ทะเลสาบ เทือกเขาสูง น้าตกสวยๆ ป่าไม้ที่ยังอุดมสมบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆคือ ปราสาทนครธม, ปราสาทบายน, พระราชวังหลวงพนมเปญ, วิมานเอกราชหรืออนุสาวรีย์อิสรภาพ และยังมี ‘โรซาน่า บรอดเวย์ เมืองเสียมเรียบ’ คาบาเร่ย์โชว์แห่งแรกในกัมพูชาอีกด้วย

3. ประเทศกาตาร์ (Qatar): ท่องเที่ยวได้ 30 วัน

กาตาร์ เป็นรัฐเล็กๆที่ตั้งอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย โดยพื้นที่ของประเทศนั้นจะมีรูปร่างคล้ายไข่มุก จึงถูกขนานนามว่า “ไข่มุกแห่งเปอร์เซีย”

ประเทศนี้เป็นประเทศที่อุดมไปด้วยทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจำนวนมากมายมหาศาลที่สร้างความร่ำรวยให้กับประเทศมาจนถึงปัจจุบัน เศรษฐกิจของกาตาร์จึงขึ้นอยู่ภาคพลังงานเป็นหลัก  สำหรับลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่จะเป็นทะเลทราย จึงมีความแห้งแล้ง และอาจเกิดพายุทรายได้ตลอดปี

หากคุณคิดจะเดินทางไปเที่ยวในประเทศแห่งนี้ สถานที่ที่คุณไม่ควรพลาด ได้แก่   Souq Waqif ตลาดพื้นเมืองที่อยู่ติดพระราชวัง, หมู่บ้านวัฒนธรรม Katara Cultural Village, The Museum of Islamic Art, และ Landmark สำคัญอย่างมัสยิดประจำชาติ

4. ประเทศญี่ปุ่น (Japan) : ท่องเที่ยวได้ 15 วัน

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ประกอบไปด้วยเกาะหลัก 4 เกาะด้วยกัน คือ กาะฮอนชู (Honshu) ที่ตั้งอยู่ทางตอนกลาง,  เกาะฮอกไกโด (Hokkaido) ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ, เกาะชิโกกุ (Shikoku) ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกตอนล่างของเกาะฮอนชู เป็นเกาะที่เล็กที่สุดในบรรดาเกาะหลัก และเกาะคิวชู (Kyushu) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ เกาะของญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นหมู่เกาะภูเขา ซึ่งประกอบไปด้วยเกาะภูเขาไฟจำนวนหนึ่งอีกด้วย และหนึ่งในภูเขาไฟที่มีชื่อเสียงมากที่สุดก็คือ ภูเขาไฟฟูจิ ที่คนไทยเราก็ไปเช็คอินญี่ปุ่นกันเยอะเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นเมืองเกียวโต โอซาก้า นารา

นอกจากนี้สถานที่ท่องเที่ยวฮิตๆก็มี ย่านช้อปปิ้งชินจูกุ ฮาราจูกุ โอไดบะ, ปราสาทฮิเมะจิ, ชมทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ณ ฟุระโนะ, เล่นสกีบนเกาะฮอกไกโด เป็นต้น ถือได้ว่าเป็น ประเทศน่าท่องเที่ยวที่ไม่ต้องขอวีซ่า ยอดนิยมอีกประเทศหนึ่งเลยทีเดียว

5. ประเทศไต้หวัน (Taiwan) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน

สำหรับใครที่มีแผนเดินทางไปประเทศไต้หวัน เมืองแห่งวัฒนธรรม ศิลปะ และธรรมชาติ ก็ให้รีบไปกันนะครับ เพราะระยะเวลา “ฟรีวีซ่าของประเทศไต้หวัน” กำลังจะหมดเขตในวันที่ 1 กรกฎาคม 2561 แต่ถ้าใครมีวีซ่าอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย หรือเชงเก้นที่ยังไม่หมดอายุการใช้งานก็สามารถอยู่ได้ 30 วัน นอกจากนี้ใครที่ถือวีซ่าถาวรของประเทศนิวซีแลนด์ก็สามรถเข้าอยู่ได้ 30 วันเช่นกัน แต่ต้องกรอกเอกสารในเว็บไซต์ให้เรียบร้อยแล้ว print แนบไปกับเอกสารวีซ่าของประเทศนิวซีแลนด์

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจได้แก่  ตึก Taipei 101 สัญลักษณ์แห่งไทเปที่เคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลก มีความสูง 449 เมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต ถ้ามาไทเปต้องแวะไปถ่ายรูปกับตึกนี้นะครับ

6. ประเทศบาห์เรน (Bahrain) : ท่องเที่ยวได้ 14 วัน

บาห์เรน เป็นประเทศเกาะในอ่าวเปอร์เซียอีกประเทศหนึ่งที่อนุญาตให้คนไทยเข้ามาท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า

 และสถานที่ท่องเที่ยวที่นาสนใจในประเทศนี้ได้แก่ ย่านวัฒนธรรม Muharraq, พระราชวังเก่า Beit Shaikh Isa , ฟาร์มอูฐ จานาบิยา, และพิพิธภัณฑ์น้ำมัน มัสยิดกลาง (Al Fateh Grand Mosque)

7. ประเทศบรูไน (Brunei) : ท่องเที่ยวได้ 14 วัน

SONY DSC

ประเทศบรูไน เป็นประเทศเล็กๆที่อยู่ใกล้ๆกับประเทศไทยนี่เอง แต่มีเศรษฐกิจที่ดีไม่น้อยหน้าไปกว่าประเทศอื่นใดในโลก ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ไว้ได้เป็นจำนวนมาก เพราะมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจน้อยซะงั้น แต่รับรองได้เลยว่าทุกคนที่ได้ไปถึง จะได้รับความประทับใจกลับมาอย่างแน่นอน

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ สวนเจรูดง, มัสยิดจาเม อาร์ ฮัสซานัล โบลเกียห์, พิพิธภัณฑ์บรูไน, มัสยิดสุลต่านโอมาร์ อาลี ไซฟุดดิน, พระราชวังอิสตานา นูรัล อีมาน

8. ประเทศพม่า (Myanmar) : ท่องเที่ยวได้ 14 วัน

ประเทศพม่า หรือ เมียนมาร์ เป็นอีกหนึ่งประเทศที่น่าท่องเที่ยวมาก ถือได้ว่าเป็นไข่มุกเม็ดงามของเอเชียที่เพิ่งจะฉายแสงให้เราได้เห็นกันเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งประเทศพม่านี้เองก็มีความสวยงามที่ซ่อนเอาไว้อย่างมากมายที่รอให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้าไปสัมผัส ทั้งสถาปัตยกรรม วัดวาอาราม ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตของผู้คนที่เรียบง่าย และโดยเฉพาะธรรมชาติที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ ทั้งป่าเขาและท้องทะเลที่สวยงามไม่แพ้ที่ไหนในโลก

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ หาดฮเวซวง ซึ่งเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวชมก็คือ เมืองย่างกุ้ง, เมืองมัณฑะเลย์, เมืองพุกาม, ทะเลสาบอินเล, พระมหามัยมุนี, เมืองพินอูลวิน, เมือง Thandwe หรือรัฐยะไข่ นั่นเอง, เจดีย์กุโสดอว์, เมืองพุกาม, หาดงาปาลี, ภูเขาโปปา, พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง, และพระธาตุอินทร์แขวน เชื่อเถอะว่าใครได้เห็นภาพความสวยงามของประเทศนี้เป็นต้องชอบจนอยากกลับไปเที่ยวอีกครั้งอย่างแน่นอน

9. ประเทศฟิลิปปินส์ (Philippines) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน

ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศเพื่อนบ้านเราอีกประเทศหนึ่งที่มีเกาะรวมกันอยู่มากกว่า 7,000 เกาะ ที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ในปัจจุบันชาวฟิลิปปินส์มีการสืบเชื้อสายมาจากการผสมผสานของหลายชาติพันธุ์ ทั้ง มองโกเลีย อินโดนีเซีย มาเลย์ และจีน รวมไปถึงยังมีผู้อพยพชาวอาหรับ สเปน อินเดีย และอเมริกันที่มาอาศัยรวมอยู่ด้วยกันในหมู่เกาะเหล่านี้ ประเทศที่มีความโดดเด่นด้านการท่องเที่ยวทางทะเลก็ต้องที่นี่แหละครับ ที่มีทั้งชายหาด ทะเล และเกาะมากมายที่สวยงามจนคุณเลือกไม่ถูกเลยทีเดียวว่าจะเที่ยวที่ไหนดี

ทางเราจึงขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจให้คุณ ซึ่งได้แก่ อุทยานธรรมชาติปะการังตุบบาตาฮา (Tubbataha Reef), ภูเขาไฟมายอน (Mayon Volcano), นาขั้นบันไดบานาเว (Banaue Rice Terraces) , ภูเขาช็อกโกแลต (Chocolate Hills), ปวยร์โตปรินเซซา (Puerto Princesa) นครแห่งเทพเจ้า,  เมืองมะนิลา, ซีบู เป็นต้น

10. ประเทศมัลดีฟส์ (Maldives) : ท่องเที่ยวได้ 30 วัน

มัลดีฟส์ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐมัลดีฟส์ แต่ส่วนใหญ่ผู้คนมักจะนิยมเรียกกันว่า หมู่เกาะมัลดีฟ กันเสียมากกว่า โดยประเทศนี้มีที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย และมีอาณาเขตอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศศรีลังกาและประเทศอินเดีย ลักษณะภูมิประเทศนั้นเป็นลักษณะหมู่เกาะเช่นเดียวกับประเทศฟิลิปปินส์ ที่ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่ถึง 1,990 เกาะที่วางตัวต่อเนื่องกันในแนวเหนือจรดใต้ ก่อให้เกิดลักษณะภูมิประเทศที่มีความสวยงามและเอื้อต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามเกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่นั้นกลับมีไม่ถึง 250 เกาะ และในหมู่เกาะเหล่านี้มีเพียง 100 เกาะเท่านั้นที่มีการพัฒนาและสร้างให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและโรงแรมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว

สถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะแนะนำคุณ ได้แก่ Ari Atoll หมู่เกาะยอดนิยมในมัลดีฟส์ ห่างจากตัวเมือง Male 30 นาที เป็นที่ตั้งของรีสอร์ทดังๆ มากมาย มีจุดดำน้ำที่สวยงาม และกิจกรรมทางน้ำที่หลากหลาย

Post Discussion

Be the first to comment “30 ประเทศที่คนไทยเที่ยวได้ โดยไม่ต้องขอวีซ่า ตอนที่ 1”